ชะลอม ซ้าลอม หรือ กะลอม เหตุใดจึงเรียกต่าง?
“ชะลอม” เป็นเครื่องจักสานพื้นบ้านไทยที่สะท้อนภูมิปัญญาในการนำวัสดุธรรมชาติ (ไม้ไผ่) มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน (กระทรวงวัฒนธรรม, 2555) โดยมีหน้าที่หลักเป็นภาชนะสำหรับบรรจุสิ่งของ (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 180) การทบทวนวรรณกรรมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับชะลอม โดยวิเคราะห์แนวคิดที่สอดคล้องกันในมิติของรูปทรงและโครงสร้าง และการวิเคราะห์ประเด็นความแตกต่างด้านภาษา หรือ อัตลักษณ์ถ้อยคำถิ่นของเครื่องใช้ชนิดนี้
ความแตกต่างด้านภาษา
ประเด็นสำคัญที่พบในการทบทวนวรรณกรรมครั้งนี้ คือความหลากหลายทางภาษาศาสตร์ของเครื่องใช้ชนิดนี้ จากแนวคิด การเรียกชื่อวัตถุในภาษาไทยถิ่นกลางมาตรฐานว่า “ชะลอม” (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 180; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555) สอดคล้องกับแนวคิด ความหลากหลายทางภาษาในบริบทท้องถิ่น ดังที่ พิชชา ทองขลิบ (2564) ได้ระบุไว้ว่า ชะลอมยังมีชื่อเรียกอื่นในภาษาถิ่น ได้แก่ “ซ้าลอม” ซึ่งเป็นภาษาถิ่นทางภาคเหนือ และ กะลอม ซึ่งเป็นภาษาถิ่นทางภาคอีสาน ความแตกต่างของถ้อยคำถิ่นเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตและการปรับเสียงในแต่ละกลุ่มวัฒนธรรม แม้ว่าจะหมายถึงเครื่องใช้ชนิดเดียวกันที่มีลักษณะทางกายภาพและหน้าที่การใช้งานร่วมกันก็ตาม

ถ่ายเมื่อ 7 พ.ย. 68
อัตลักษณ์โครงสร้างและภูมิปัญญาการสาน
แม้ว่าชื่อเรียกจะมีความหลากหลาย แต่จากการสังเคราะห์เอกสาร พบว่าแหล่งข้อมูลทั้งหมดให้คำอธิบายลักษณะทางกายภาพของชะลอมที่สอดคล้องกันอย่างชัดเจน
1. ภูมิปัญญา “ก้นหกเหลี่ยม” จากแนวคิด ที่ วิบูลย์ ลี้สุวรรณ (2553, น. 180) อธิบายรูปทรงโดยรวมว่าเป็น ทรงกระบอก สอดคล้องกับแนวคิดการระบุรายละเอียดโครงสร้างที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยแหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ (พิชชา ทองขลิบ, 2564; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555) ยืนยันตรงกันว่า ชะลอมมีอัตลักษณ์ที่สำคัญคือการขึ้นรูปฐานหรือ “ก้นหกเหลี่ยม” และสานขึ้นมาให้ส่วน “ปากกลม”

ถ่ายเมื่อ 7 พ.ย. 68
2. เทคนิคการสาน “ตาห่าง” (ลายเฉลว) แหล่งข้อมูลทั้งหมด (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 180; พิชชา ทองขลิบ, 2564; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555) ระบุตรงกันว่า ชะลอมนั้นสานด้วยตอก (ไม้ไผ่) โดยใช้เทคนิคการสานแบบตาห่าง ซึ่ง พิชชา ทองขลิบ (2564) ระบุว่าคือ ลายรูปเฉลวห้าแฉก ส่วน กระทรวงวัฒนธรรม(2555) ระบุว่า ลายที่มีรูโปร่งเป็นตาเล็ก ๆ รูปหกเหลี่ยมบริเวณก้นและรอบข้าง ซึ่งกระบวนการสานนี้สามารถเห็นได้ชัดเจนจากสื่อวิดีโอของ Artisans_sacit (2566)
3. การใช้งาน “รวบมัด” จากแนวคิด การเป็นภาชนะใส่ของ เช่น ผัก, ผลไม้, ไข่ เป็นต้น (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 180; พิชชา ทองขลิบ, 2564) สอดคล้องกับแนวคิด การออกแบบเชิงหน้าที่ที่ทุกแหล่งข้อมูลอธิบายตรงกันว่า การสานชะลอมจะเหลือตอกยืนที่ปากไว้ (พิชชา ทองขลิบ, 2564) หรือ ปล่อยตอกไว้ (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553, น. 180) เพื่อใช้ในการรวบมัด หรือ ผูกเข้าหากันให้เป็นหูหิ้ว หรือเพื่อป้องกันสิ่งของตกหล่น (กระทรวงวัฒนธรรม, 2555)
จากของใช้สู่สัญลักษณ์
นอกเหนือจากหน้าที่พื้นฐาน แหล่งข้อมูลยังชี้ให้เห็นบทบาทที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นของชะลอม จากแนวคิดการเป็นภาชนะชั่วคราวสำหรับเดินทาง (กระทรวงวัฒนธรรม, 2555) สอดคล้องกับแนวคิด การยกระดับสู่สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดย พิชชา ทองขลิบ (2564) ได้ขยายความถึงบทบาทของชะลอมในฐานะเครื่องประกอบพิธีกรรม เช่น ประเพณีทำขวัญข้าว, ตานก๋วยสลาก เป็นต้น และการเป็นภาพจำ (Iconic) ในวัฒนธรรมสมัยนิยม เช่น ตัวละครพจมานในนิยาย เรื่อง บ้านทรายทอง เป็นต้น
การวิเคราะห์วรรณกรรมแสดงให้เห็นว่า “ชะลอม” เป็นภูมิปัญญาจักสานที่มีอัตลักษณ์ชัดเจน แม้จะปรากฏความหลากหลายทางภาษาในชื่อเรียก ได้แก่ ชะลอม, ซ้าลอม, กะลอม (พิชชา ทองขลิบ, 2564) แต่ทุกแหล่งข้อมูลสอดคล้องกันในการนิยามลักษณะทางกายภาพ คือ เป็นภาชนะสานด้วยตอกไม้ไผ่ตาห่าง มีโครงสร้างก้นหกเหลี่ยมและมีจุดเด่น คือการเว้นปลายตอกไว้สำหรับรวบมัดเป็นหูหิ้ว (วิบูลย์ ลี้สุวรรณ, 2553; กระทรวงวัฒนธรรม, 2555; พิชชา ทองขลิบ, 2564) นอกจากนี้ ชะลอมยังสะท้อนพลวัตทางวัฒนธรรม โดยมีวิวัฒนาการจากภาชนะใช้งานจริงในชนบท สู่การเป็นองค์ประกอบสำคัญในพิธีกรรม และกลายเป็นสัญลักษณ์ในวัฒนธรรมสมัยนิยม (พิชชา ทองขลิบ, 2564) แม้ปัจจุบันความนิยมใช้สอยจริงจะลดลง แต่ก็ยังมีการอนุรักษ์ไว้ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม (กระทรวงวัฒนธรรม, 2555)
นักศึกษาสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่
อ้างอิงข้อมูลจาก:
กระทรวงวัฒนธรรม. (2555, 17 กรกฎาคม). ชะลอม. http://www.mculture.in.th/album/146621/ชะลอม
พิชชา ทองขลิบ, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). (2564, 8 ตุลาคม). ชะลอม. https://traditional-objects.sac.or.th/th/equipment-detail.php?ob_id=247
วิบูลย์ ลี้สุวรรณ. (2553). นามานุกรมเครื่องจักสาน. เมืองโบราณ.
Artisans_sacit. (2566, 21 กันยายน). ขั้นตอนกระบวนการจักสานชะลอม. [วิดีโอ]. YouTube. https://www.youtube.com/watch?v=k1QY5I0Lh78

